การตกแต่งสิ่งพิมพ์ด้วยรูปภาพ

บทนำ


ในการจัดทำสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ นิตยสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ จะมีองค์ประกอบมากมายไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปทรงต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือ รูปภาพ เช้น ภาพการ์ตูน  ภาพวิว ซึ่งในการนำภาพมาใช้นั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบโดยในหน่วยนี้จะกล่าวถึงการแทรกรูปภาพจาก Cilp art การเปิดเท็มเพลท รูปภาพ การนำภาพมาจากไฟล์  

การแทรกรูปภาพ

การนำรูปภาพจากแหล่งอื่น มาไว้ในงานเอกสารของโปรแกรม PageMaker จะมีลักษณ้ะคล้ายกับโปรแกรม office ต่าง ๆ


การแทรกรูปภาพจากคลิปอาร์ต( Clip Art)

1.คลิกเมนู Edit - Insert Object จากนั้นปรากฏไดอะล็อกบ็อก Insert Object  ขึ้นมา
2.คลิก Microsoft Clip Gallery 3.5 เพื่อนำภาพจากคลิปอาร์ตของ Microsoft  มาใช้
3.คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Microsoft Clip Gallery 3.5  ขึ้นมา
4.คลิกเลือกภาพที่ต้องการใช้ดับเบิ้ลคลิกภาพนั้น เพื่อยืนยันการแทรกรูปภาพ
5.จขะปรากฏรูปภาพที่เลือกมาบนหน้ากระดาษ  โดยสามารถเคลื่อนย้ายและปรับแต่งตามต้องการ

   



การแทรกรูปภาพจากพาเลต(Palette)

1.คลิกเมนู Window - Plup-in Palettes-Show Picture Palettes
2.จะปรากฏ Paletts Pictuer  ขึ้นมา ให้เลือกชนิดของรูปภาพ ซึ่งจะมีทั้งภาพคลิปอาร์ตและภาพถ่าย
3.เลือกหมวดของรูปภาพได้จากส่วนของ Category

4.คลิกเลือกภาพที่ต้องการใช้
5.ลากเมาส์มาไว้บนหน้ากระดาษ จากนั้นจะปรากฏภาพที่เลือก


การนำภาพมาจากแฟ้มข้อมูล

1.คลิกเมนู File - Place sinv Ctrl+D จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Place
2.คลิกเลือกตำแหน่งที่ใช้ในการจัดเก็บรูปภาพ ในช่อง Look in :


3.ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์รูปภาพที่ต้องการ หรือกดปุ่ม Open
4.จะปรากฏรูปภาพที่เลือกขึ้นมาบนหน้ากระดาษโดยสามารถปรับเปลี่ยนภาพตามต้องการ


การตกแต่งรูปภาพ

การปรับภาพให้ชัดเจน

1.คลิกเมนู File - Preferences-General sinv Ctrl+ K จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Preferences ขึ้นมา
2.คลิกเลือกในส่วนของ Graphice Display ซึ่งมีตัวเลือกสำหรับระบุความละเอียดของการแสดง
รูปภาพดังนี้

Gray Out                แสดงรูปภาพเป็นกรอบสี่เทาทึ
 Standard                แสดงรูปภาพที่ความละเอียดปานกลาง
High resolution       แสดงรูปภาพที่ความละเอียดสูง





การปรับแต่งลักษณะพิเศษของรูปภาพ

1.คลิกปุ่ม Pointer Tool คลิกเลือกรูปภาพ
2.คลิกเมนู Element-Image-Photshop effects
3.ปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Photoshop effects ให้ระบุค่าละเอียดของเอฟเฟ็ก ดังนี้
4.คลิกปุ่ม OK
5.ปรากฏไดอะล้อกบ็อกของPhotoshop effects  ขึ้นมา ระบุลักษณะพิเศษเดิมโดยที่ลักษณะพิเศษแต่ละแบบจะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน
6.คลิกปุ่ม OK .ไดอะล็อกบ็อกซ์ของ Photoshop effects
7.รูปภาพมีลักษณะเปลี่ยนไปตามลักษณะพิเศาที่ระบุ



การตัดบางส่วนของรูปภาพ
         ภาพที่นำมาใช้ประกอบในเอกสารสามารถตัดบางส่วนของรูปภาพที่นำมาใช้งาน เพื่อให้เหมาะสมต่อการทำงานมากยิ่งขึ้น  การใช้งานจะเหมือนกับการตัดภาพในโปรแกรม Microsoft Word มีขั้นตอนดังนี้

1.     คลิกปุ่ม Cropping Tool ที่ทลูบ็อกซ์ จากนั้นตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูป
2.     คลิกเมาส์เลือกวางบนจุดปรับขนาด
3.     ลากเมาส์เพื่อปิดบังส่วนที่ไม่ต้องการแสดง โดยขณะลากเมาส์ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูปศรสองทิศ เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้วปล่อยเมาส์จากนั้นจะได้ภาพที่ถูกปิดบังบางส่วนตามต้องการ





การจัดตำแหน่งรูปภาพกับข้อความ
           ภาพกับข้อความจัดเป็นองค์ประกอบต่างชนิดกัน การที่จะนำภาพและข้อความมาว่างกันโดยบริเวณพื้นที่บางส่วนแสดงข้อความและบางส่วนแสดงรูปภาพ ซึ่งเรียกการทำงานดังกล่าวว่า Text Wrap โดยมีขั้นตอนดังนี้
     
1.       คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการวางร่วมกับข้อความโดยภาพที่ถูกเลือกจะปรากฏจุดปรับขนาดขึ้นมา
2.       คลิกคำสั่ง Element  - Text  Wrap  หรือกดปุ่ม Alt + Ctrl + E  จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Text Wrap ขึ้นมา
3.       เลือกรูปแบบการวางร่วมกับข้อความ
4.       ในส่วนของ  Standoff in inches  ให้ระบุระยะห่างระหว่างข้อความกับรูปภาพทั้งด้านซ้ายขวา และด้านล่างบน
5.       คลิกปุ่ม OK

ใส่กรอบให้ภาพ
         รูปภาพหรือข้อความสามารถกำหนดกรอบล้อมรอบได้อีกด้วย ซึ่งการทำงานดังกล่าว สามารถกำหนดได้ทั้งรูปแบบ สี รวมทั้งขนาดเส้นกรอบ มีขั้นตอนดังนี้
  1. เลือกรูปภาพหรือข้อความที่ต้องการใส่เส้นกรอบ
  2. คลิกคำสั่ง Utilities – Plug – ins  - Keyline จากนั้นจะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Keyline ขึ้นมา
  3. ในช่อง Extends ให้กำหนดระยะห่างระหว่างเส้นกรอบกับอ็อบเจ็กต์
  4. คลิกเลือก Bring Keyline to front of object เพื่อให้กรอบอยู่ทางด้านบน หรือเลือก Send Keyline behind object เพื่อเลือกกรอบที่อยู่ทางด้านล่างของอ็อบเจ็กต์
  5. คลิกปุ่ม Attributes จากนั้นปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ Fill and Stroke ขึ้นมา
  6. ในส่วนของ stroke ให้เลือกรูปแบบและความหนาของเส้นกรอบ
  7. เลือกสีของเส้นกรอบจากช่อง Color
  8. เลือกความเข้มของเส้นกรอบจากช่อง Tint
  9. เมื่อกำหนดค่าเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะกลับอยู่ไดอะล็อกบ็อกซ์ Keyline
  10. คลิกปุ่ม OK
  11. อ็อบเจ็กต์ที่เลือกจะปรากฏเส้นกรอบขึ้นมาตามรูปแบบที่กำหนดไว้ทันที

กำหนดค่าคุณสมบัติให้กับเฟรม
          หลังจากที่ได้ทำการสร้างเฟรมเรียบร้อยสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการกำหนดคุณสมบัติให้กับเฟรม เช่น ตำแหน่งในการจัดวาง หรือ ระยะห่างระหว่างขอบเขตเฟรมในแต่ละด้าน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.       เลือกเฟรมที่ต้องการ (ในที่นี้เลือกเฟรมหลายเหลี่ยม)
2.       คลิกเมนู Element  -  Frame – Frame Option  หรือกดปุ่ม Ctrl + alt + F
3.       ในส่วนของ  Content position ให้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการวางภาพ/ข้อความ ร่วมกับเฟรม  โดยมีรายละเอียดดังนี้
Vertical alignment            แนวการวางภาพ /ข้อความในแนวตั้ง
Horizontal   alignment     แนวการวางภาพ/ข้อความในแนวนอน
              Clip Content to fil  frame   เฟรมมีขนาดคงที่โดยจะไม่เห็นภาพข้อความที่เกินออกมา
SiZe frame to fil content     ปรับขนาดของเฟรมให้พอดีกับภาพ/ข้อความ
Scale content to fit  frame   ปรับขนาดของภาพ/ข้อความให้พอดีกับเฟรม
Maintain aspect ratio           ปรับขนาดภาพโดยคงตามเส้นสัดส่วนเดิม
4.       ในส่วนของ Insert ใหระบุระยะห่างระหว่างภาพ/ ข้อความกับขอบของเฟรมทั้งด้านซ้ายด้านขวา ด้านบน และด้านล่าง
5.       คลิกปุ่ม ok
การนำข้อความใส่ในเฟรม
             การนำข้อความมาใส่ในเฟรมจะมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างไปจากการนำรูปภาพมาใส่ในเฟรม หากข้อความมีความยาวมากกว่าขนาดของเฟรม จะต้องสร้างและเชื่อมโยงข้อความไปยังเฟรมถัดไปดังขั้นตอนต่อไปนี้
1.       เลือกเฟรม และข้อความ ที่ต้องการใส่เข้าไปในเฟรม
2.       คลิกเมนู Element – Freme – Attach Content หรือกดปุ่ม Ctrl + F
3.       ข้อความและเฟรมจะถูกรวมเข้าด้วยกันตามที่กำหนดค่าของเฟรมไว้ ในกรณีที่เฟรมมีข้อความยาวกว่าเฟรม ให้คลิกทางด้านล่างของข้อความ
4.       ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็น ให้คลิกที่เฟรมถัดไป
5.       จะปรากฏข้อความที่เหลือขึ้นมาทันที และหากไม่มีข้อความแล้ว ทางด้านล่างจะปรากฏเป็นรูปขึ้นมาแทน
ยกเลิกการนำภาพ/ข้อความออกจากเฟรม
          ภายหลังจากนำภาพหรือข้อความเข้ามาใส่ในเฟรมเรียบร้อยแล้ว หากต้องการแยกภาพและข้อความออกจากกัน ก็สามารถทำได้ดังนี้
1.       เลือกเฟรมที่รวมภาพหรือข้อความเข้าด้วยกัน
2.       คลิกเมนู Element – Frame – Separate Content หรือกดปุ่ม Ctrl + F
3.       ข้อความและเฟรมที่เลือกไว้ถูกแยกออกจากเฟรมทันที